All posts by admin

Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที

Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่ คือรถสปอร์ตซีดานสุดหรูอีกรุ่นหนึ่งของค่ายเล็กซัส ด้วยรูปโฉมภายนอกที่สวยงามปราดเปรียว การออกแบบที่ใช้หลักอากาศพลศาสตร์ กระจังหน้าที่โดดเด่นชวนมอง ล้ออัลลอยด์ลายสวยงาม ภายในก็กว้างขวางนั่งสบายตกแต่งอย่างปราณีตลงตัว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันพรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยสำหรับคุณ


Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่ ราคา 4,590,000 บาท
อุปกรณ์ภายนอกมาตรฐานของ Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่ เช่น
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
กระจกมองข้างแบบลดแสงสะท้อน พร้อมปรับมุมขณะเข้าเกียร์ถอย
ไฟส่องสว่าง: 1-LED
ระบบทำความสะอาดไฟหน้า
ไฟ Daytime Running Lights
ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
ไฟเบรกหลังดวงที่ 3 แบบ LED
ระบบไฟส่องทางเข้า

อุปกรณ์ภายในของ Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่
ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน: 2-zone
หัวเกียร์แบบหุ้มหนัง: with M-Mode
พวงมาลัยหุ้มหนัง
แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย
ม่านบังแดดหลังแบบไฟฟ้า
แผงบังแดดพร้อมไฟส่องสว่าง
ไฟเริองแสงรอบห้องโดยสาร
เบาะนั่ง
เบาะหุ้มหนัง: Smooth Leather
ระบบปรับเบาะหน้าแบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำ 3 หน่วย: 10 way D:Mem, 10 way P
ระบบปรับอุณหภูมิเบาะนั่ง
พนักพิงศีรษะด้านหน้า: Passive
ระบบเครื่องเสียง
ระบบเครื่องเสียง: DVD 12SP
ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย (Bluetooth)
จอแสดงผลแบบ EMV ขนาด 8 นิ้ว

สมรรถนะของ Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่
Lexus GS 200t GS ถูกขับเคลื่อนโดยเคลื่อนยนต์ 2.0 ลิตร เบนซิน เครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบ 245 แรงม้า

8-SPEED TRANSMISSION
ด้วยความเร็วที่ปรับได้ 8 ระดับ ที่ส่งพลังถึงการขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เร่งเครื่องและเปลี่ยนเกียร์อย่างมั่นใจ

UNDERBODY AERODYNAMICS
การออกแบบที่คำนึงถึงการเดินทางในการเคลื่อนไหวของอากาศ ซึ่งทำให้การขับเคลื่อนทรงพลังมากขึ้นพร้อมทั้งยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย

DRIVE MODE SELECT
โหมดการขับขี่ที่ช่วยควบคุมผู้ขับขี่สามารถเลือกขับขี่ได้อย่างอิสระถึง 3 โหมด ได้แก่ ECO, NORNAL และ SPORT S เพื่อการขับขี่ได้อย่างเพลิดเพลิน

QUIETER TURBO
วิศวกรของเล็กซัสได้ทำการออกแบบรูปทรงท่อพิเศษที่สามารถเค้นประสิทธิภาพของเครื่องออกมาโดยไม่มีเสียงดังรบกวน

WATER INTERCOOLER
ระบบหล่อเย็นที่มีประสิทธิภาพส่งตรงผ่านตลอดเครื่องยนต์
อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยของ Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่
ถุงลมเสริมความปลอดภัย (ที่นั่งตอนหน้า)
ม่านถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านข้าง
ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านข้าง (สำหรับที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง)
ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS บริเวณหัวเข่า (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
เข็มขัดนิรภัย ELR แบบ 3 จุด พร้อมตัวลดแรงดึง (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
เข็มขัดนิรภัย ELR แบบ 3 จุด พร้อมตัวลดแรงดึง (สำหรับที่นั่งตอนหลัง)
ระบบจัดการรวมไดนามิคของตัวรถ (VDIM)
ระบบป้องกันการลื่นไถล (TRC)
ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบช่วยเบรก (BA)
ระบบรักษาแรงดันเบรก
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist)
ไฟเบรกฉุกเฉิน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ระบบป้องกันการโจรกรรมแบบ Immobilizer และ Intrusion Sensor พร้อมสัญญาณเตือนอัตโนมัติ
ระบบแจ้งเตือนเข้ารับการบริการ
ระบบเตือนแรงดันลมยาง
ระบบช่วยจอด

ELECTRO MULTI-VISION
จอแสดงผลที่กว้างเป็นพิเศษขนาด 8 นิ้ว ที่รวบรวมระบบนำทาง อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน และเครื่องปรับอากาศไว้ในที่เดียวกัน

TIRE PRESSURE ALERT
ระบบจะแสดงผลบนหน้าจอแสดงผล เมื่อลมในยางรถอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่

BLIND SPOT MONITOR
ระบบที่ช่วยเตือนเมื่อมีรถโดยรอบเข้ามาในจุดที่ผู้ขับขี่มองไม่เห็นถึงแม้จะมาในความเร็วที่สูง

LANE DEPARTURE ALERT
เมื่อตัวรถขยับออกจากเลนโดยไม่มีการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบ LDA จะเตือนผู้ขับขี่บนหน้าจอ แสดงผลทันที

PARKING ASSIST
ระบบช่วยจอดทั้งแบบถอยและแบบจอดข้างที่ช่วยให้ผู้ขับขี่จอดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านหน้าจอมอร์นิเตอร์และกล้องด้านหลัง

10 SRS AIRBAGS
ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ที่ควบคุมด้วยเซนเซอร์ทั้งหมด 10 จุด พร้อมตัวรั้งและตัวจำกัดแรงสำหรับเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า

สีภายนอกของ Lexus GS 200t รถยนต์เล็กซัส จีเอส 200ที ใหม่
in Sonic Quartz Metallic

in Mercury Gray Mica

in Nightfall Mica

in Sonic Silver

in Black

in Sonic Titanium Metallic

in Matador Red Mica

in Caviar

in Autumn Shimmer
ส่งข้อมูลโดย motorth789.com

วิธีการแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล

เราคนไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธย่อมต้องรู้จักการไหว้พระทำบุญและแผ่ส่วนกุศล เราจึงมาแนะนำสำหรับบางคนที่ไม่เป็น
มาดูวิธีการแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลกันเลยดีกว่าว่าทำยังไงท่องยังไงให้ใช้ได้จริง

บทอุทิศส่วนกุศล (บทกรวดน้ำ)

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

789455265

หลวงปู่ทิม อิสริโก นามเดิมชื่อ “ทิม งามศรี” เป็นบุตรของนายแจ้า นางอินทร์ เกิดที่บ้านรหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ต.ละหาร (ปัจจุบันเป็น หมู่ 1 ต.หนองบัว) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 7 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรคนที่ 2 ของครอบครัว

เมื่ออายุ 17 ปี นายแจ้ผู้เป็นบิดา นำตัวไปฝากไว้กับหลวงพ่อสิงห์ (วัดละหารใหญ่) เล่าเรียนหนังสือทั้งไทยและอักษรขอม ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นขอลาหลวงพ่อสิงห์กลับไปช่วยโยมบิดา มารดา ทำงานบ้าน จนถึงอายุ 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นลูกหมู่ หรือทหารประจำการในสมัยนั้นอยู่ที่กรุงเทพถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่บ้านตามเดิม โยมบิดาจึงได้ขออนุญาตให้ท่านได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา

หลวงปู่ทิม ได้อุปสมบทที่วัดทับมา โดยพระครูขาว เจ้าคณะแขวงเมืองระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสิงห์เป็นกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเกตุเป็นอนุสาวนาจารย์ โดยทำพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ ได้รับฉายานามสงฆ์ว่า “อิสริโก” หลังจากบวชแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนทางปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อสิงห์ อาจารย์ของท่าน และศึกษาวิชาต่างๆ จากตำราคู่วัดละหารใหญ่ (เข้าใจว่าเป็นตำหรับเดิมของหลวงปู่สังข์เฒ่า) จนมีความรู้แตกฉานได้ออกจาริกปฏิบัติธุดงค์กับหลวงพ่อยอด นักปฏิบัติที่เป็นอาจารย์ ออกตังค์ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเจริญสมณธรรม ออกหาความวิเวกสันโดษ ตามอัธยาศัยเป็นเวลา 3 ปี ครั้นเมื่อใกล้เข้าพรรษากลับมาถึงจังหวัดชลบุรีได้จำพรรษาที่วัดนามะตูมถึง 2 พรรษา ได้เที่ยวร่ำเรียนศึกษาวิชาเพิ่มเติม กับพระเกจิอาจารย์หลายรูป ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่เก่งกล้าอีกลายคน จากนั้นได้กลับมาจำพรรษาที่วัดละหารไร่ และได้รับนิมนต์จากชาวบ้านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ตั้งแต่พ.ศ. 2450 ท่านได้ก่อสร้างเสนาสนะบูรณซ่อมแซมกุฏิ และถาวรวัตถุอีกหลายอย่าง

หลังจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ได้สร้างอุโบสถเสร็จด้วยบารมีของท่านแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2517 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 95 ปี หลวงปู่ทิมได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ “ภาวนาภิรัติ” และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 จากนั้นได้สร้างปละปรับปรุงหอฉัน “อุตตโม” หลวงพ่อทิมมีตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นพระครูภาวนาภิรัติ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกว่า “หลวงปู่ทิมฎ ซึ่งท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน คณะศิษย์จึงได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดละหารไร่ และเก้บศพไว้บนศาลาภาวนาภิรัติ โดยขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2526 ณ เมรุวัดละหารไร่

หลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมและพระวินัยขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูปรส กลิ่น เสียง ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันภัตราหารมื้อเดียวเวลาประมาณ 7.00น. และฉันน้ำชาประมาณ 4 โมงเย็น จะไม่มีการฉันเพลเลย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวทุกชนิดท่านจะไม่ยอมฉัน แม้แต่น้ำปลา อาหารที่ท่านฉันส่วนใหญ่จะเป็นผัก ถั่ว หรือน้ำพริกกับเกลือป่น ปฏิบัติอย่างนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี ร่างกายผิวพรรณของท่านก็ปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านยังดีแะลสมบูรณ์อยู่เช่นเดิม ร่างกายอ้วนท้วนพอสมควร ทั้งนี้คงเป็นเพระบุญบารมีของท่านที่สะสมมา จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัด และบริสุทธิ์ในพระธรรมวินัย ดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 96 ปี อายุพรรษา 72 พรรษา และได้มรณภาพด้วยโรคชรา หลังจากเข้ารับการรักษาจาก

และวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี วัดละหารไร่และคณะศิษย์จะร่วมกันจัดงานวันระลึกถึงหลวงปู่ทิม ซึ่งก็มีลูกศิษย์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

ประวัติวัดละหารไร่

ที่ตั้ง วัดละหารไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

ประวัติความเป็นมา

วัดละหารไร่นี้ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2354 โดยหลวงพ่อสังข์เฒ่า รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่สมัยนั้น เห็นว่าพื้นที่ทางฝั่งคลองด้านตรงข้ามทางทิศเหนือของวัดละหารใหญ่มีทำเลดีเหมาะแก่การปลูกพืชผัก จึงได้หักล้างถางพงใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผัก ขึ้นแรกได้สร้างที่พักร่มเงาไว้เมื่อถึงเวลาเข้าพรรณา ก็จำพรรษาที่วัดละหารใหญ่ ต่อมามีผู้คนไปทำไร่ในแถบใกล้ๆ ที่นั้นมากขึ้น เห็นว่ามีพระสงฆ์อยู่ เมื่อถึงวันพระก็จัดภัตตาหารไปถวายเป็นประจำ ต่อมาได้มีพระภิกษุไปอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ก่อสร้างกุฏิวิหาร พระสงฆ์ก็มาจำพรรษาที่นั่น ตั้งชื่อว่า “วัดไร่วารี” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดละหารไร่” โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก

ในภายหลังทางวัดละหารไร่ได้มีพระภิกษุแก่อวุโสขึ้นหลวงพ่อสังข์เฒ่าจึ มอบให้ปกครองกันเอง ส่วนตัวท่านได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ (ทราบว่าภายหลังได้รับการนิมนต์จากเจ้าเมืองระยองไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเก๋ง จังหวัดระยอง) มอบหมายให้หลวงพ่อแดง เป็นเจ้าอาวาสแทน เต่มาได้มีเจ้าอาวาสอีกหลายรูปปกครองวัดละหารไร่ คือ หลวงพ่อเกิด หลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อจ๋วม ต่อมาหลวงพ่อจ๋วมได้ลาสิกขาบท ทำให้วัดละหารไร่ขาดพระภิกษุจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ในขณะนั้นหลวงพ่อทิม อิสริโก (งามศรี) ได้เดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี พุทธศาสนิกชนบ้านละหารไร่จึงพร้อมใจกันนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450 หลวงพ่อทิมจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งทำด้วยไม้ ปัจจุบันได้เลื่อนย้ายมาห่างจากที่เดิมประมาณ 20 วา และบูรณะให้อยูในสภาพเดิม

ปี พ.ศ.2483 หลวงพ่อทิมได้มอบศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เปิดสอนนักเรียนเพื่อให้บุตรหลานได้ศึกษาเล่าเรียน ต่อมาชาวบ้านเห็นดีด้วยจึงได้ร่วมใจสร้างอาคารเรียนแบบ ป.1 ข. ขึ้นหลังหนึ่ง และเริ่มทำการสอนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2483 โดยมีนายเสียน จันทนี เป็นครูใหญ่

พ.ศ.2514 นายธง สุขเทศน์ และชาวบ้านวัดละหารไร่จึงได้ร่วมใจกันสร้างอุโบสถขึ้นใหม่ โดยหลวงพ่อทิม มอบเงินให้เป็นทุนขั้นแรก 30,000 บาท ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2515 ด้วยบารมีของหลวงพ่อทิม บุโบสถก็สำเร็จภายในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น และได้ขอพระราชทานวิสุงคามเสมาทำพิธีฝังลูกนิมิตเมื่อตั้นปี พ.ศ.2517

ปี พ.ศ.2478 พระอธิการทิม อิสริโก จึงได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นพระครูชั้นประทวน โดยส่งหมายและตราตั้งไว้ทางเจ้าคณะจังหวัดระยอง แต่หลวงปู่ทิมก็ยังไม่ยอมไปรับ และไม่บอกใคร ทางจังหวัดจึงได้มอบหมายให้เจ้าคณะอำเภอมามอบให้ที่วัดเอง ท่านจึงได้รับเป็นพระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระคู่สวด ปีพ.ศ.2497 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งพระครูทิม อิสริโก เลื่อนชั้นเป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ยังไม่ยอมเอา และไม่บอกให้ญาติโยมได้รู้จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปยังวัด ไวยาวัจกรได้ทราบและนำเรื่องนี้ปรึกษาชาวบ้านและคณะกรรมการวัดให้ทราบ ตึงอาราธนาหลวงปู่ทิม มารับัญญาบัตรพัดยศ เมือนวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2507

บารมีของหลวงปู่ทิม

คัดลอกจากหนังสือที่ระลึก ฉลองหอฉัน และฉลองอายุครบ 8 รอบ พระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหารไร่ ระยอง 10 มิ.ย.2518

จากบันทึกของนายสาย แก้วสว่าง

บิณฑบาตที่จ.ชลบุรี

มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ ได้มาเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวานนี้ผมเห็นหลวงปู่ทิม ไปบิณฑบาตอยู่ที่เมืองชล ผมจำได้เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นความจริง เพราะจำหลวงปู่ทิมได้ ผมก็ได้แต่นึกและก็ไม่กล้าตอบ แต่นึกว่าหลวงปู่ของเราจะเป็นไปได้หรือ ผมจึงเก็บเอาเนื้อความนี้ไว้แต่ในใจและก็คุยกันเรื่องอื่นต่อไป อยู่มาประมาณอีกสัก 10 กว่าวันก็มีคนเมืองชลมาเล่าให้ผมฟังอีก ก็เหมือนกับทีคนแรกเล่าให้ผมฟังทุกประการ ผมจึงลองถามหลวงตาที่เป็นขรัวรองอยู่ที่วัดดูและเล่าเรื่องราวให้ท่านฟัง ท่านตอบว่า อาตมาก็ไม่ทราบและไม่ได้สังเกตเพราะฉันจังหันต่างกัน แต่ก็ปรากฏท่านทีอาหารแปลกปะปนอยู่เสมอ แต่ก็อาจจะเป็นความจริงเพราะท่านเป็นพระที่สำเร็จญาณชั้นสูงอยู่แล้ว

ยิงไม่ถูก

มีชาวบ้านหนองละลอกคนหนึ่งชื่อ นายธง สุขเทศ หรือชาวบ้านละแวกนั้นมักเรียกว่า ปลัดธง บ้านอยู่ไม่ห่างจากบ้านผมเท่าไรนัก หลังจากที่ผมกลับจากทำงานก็อาบน้ำจวนจะทานอาหาร เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ปลัดผู้นี้ก็เริ่มจะทานอาหารเหมือนกัน หยิบจานอาหารมาวางและมีลูกสาวอยู่ใกล้ๆ ผมก็กำลังทานอาหารอยู่ที่บ้าน ก็ได้ยินเสียงปืนระเบิดขึ้น 2 จังหวะ 4 นัด แล้ว 3 นัดติดต่อกัน ปรากฏภายหลังว่าผู้ยิงพาดปืนกับขอบสังกะสีรั้วบ้านระยะประมาณ 4 เมตร แต่กระสุนมิได้ถูกนายธงเลย มีกระสุนไปถูกขาตั้งรถจักรยานทำให้สะเก็ดบินไปโดนเด็กลูกสาวที่ขาบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้คงเป็นเพราะอภินิหารเหรีญหลวงปู่ทิมรุ่นแรกซึ่งนายธงแขวนคออยู่เพียงเหรียญเดียว ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ยิงใช้ปืนคาบิ้น 2 กระบอกเพราะเก็บปลอกกระสุนได้แน่ชัด

ยิงไม่เข้า

มีคนเดินทางมาจากเมืองชลเล่าให้ผมฟังว่าเพื่อนของเขาถูกยิงตอนเวลาหลังอาหารด้วววยปืนลูกซองถึง 9 นัด เสื้อขาดทะลุถึงผิวหนังไหม้เกรียมแต่ไม่เข้า ทั้งนี้ก็เพราะเขาได้ปลักขิกหลวงปู่ทิมกับลูกอมมาแขวนไว้เพียงไม่กี่วัน และเรื่องเท่าที่ผมเห็นมาเกี่ยวกับปลักขิกก็คือหลานของผมถูกสุนัขกัดจนเสื้อออกางเกงขาดเป็นริ้วรอย ถึงกับล้มลงนอนร้องไห้ เมื่อผมวิ่งไปช่วยปรากฏว่าไม่มีรอยเขี้ยวสุนัขเลย เด็กคนนั้นมีแต่เพียงปลักขิกของหลวงปู่ทิมแขวนอยู่ที่เอว 1 อันเท่านั้น

น้ำมนต์เดือด

เมื่อราว พ.ศ.2511 ที่วัดตะพงนอก อ.เมือง จ.ระยอง ได้มีพิธีปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังหลวงพ่อจันทร์ เจ้าอาวาสวัดตะพงนอก ในพิธีนี้ได้นิมนต์เกจิอาจารย์มาหลายรูปด้วยกัน และหลวงปู่ทิมก็ได้รับนิมนต์ด้วย หลังจากเริ่มพิธีปลุกเสก หลวงพ่อต่างๆ ก็ได้ทำการปลุกเสก และในพิธีนี้ อาจารย์รัตน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดได้นำโอ่งใส่น้ำมนต์มาตั้งไว้ และนิมนต์หลวงปู่ทิมทำการปลุกเสกน้ำมนต์องค์เดียวท่ามกลางพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ปรากฏว่าน้ำมนต์ที่อยู่ในโอ่งใหญ่ครึ่งโอ่งพอหลวงปู่ลงมือปลุกเสกน้ำได้เดือดและค่อยๆ ทวีความสูงขึ้นท่ามกลางความอัศสสจรรย์ของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอ่างมาก ปรากฏว่าหลวงจากพิธีแล้ว น้ำมนต์ได้ถูกชาวบ้านแย่งเอาไปจนหมดสิ้น

แคล้วคลาด

นายจำลองแห่งร้านทวีทรัพย์ ได้ชวนนายเพียรวิทย์ จารุสถิติ นายนิวัฒน์ ร้านรุ่งเรืองมิตร ได้ไปหาหลวงปู่ทิมเพื่อนมัสการท่าน ขากลับได้บูชาเหรียญ รูปถ่ายและปลักขิก กลับมาได้ครึ่งทางนายนิวัฒน์จึงชวนนายจำลองเพื่อขอลองของ ทั้ง 3 ก็ได้ทำการทดลองโดยทั้ง 3 นำเอาเครื่องรางดังกล่าวอาราธนาแล้วแขวนกิ่งต้นไม้ นายจำลองได้ใช้ปืน .22 ยิงในระยะห่างกันประมาณ 1 คืบ ปรากฏว่ายิงไม่ถูก นายนิวัฒน์จึงขอยิงบ้าง จ่อยิงปรากฏว่าไม่ถูกอีกเช่นกัน ทั้งคู่บอกว่าถ้าระยะนี้ยิงไม่ถูกก็ไม่ต้องใช้ปืนแล้ว เพราะทั้งคู่เป็นผู้ที่สนใจปืนอยู่แล้ว

ถ่ายรูปหลวงปู่ไม่ติดถ้าไม่ขออนุญาต

เมื่อคราวปลุกเสกของที่วัดพลา จังหวัดระยอง หลวงปู่ได้รับนิมนต์ไปนั่งปลุกเสกด้วย มีช่าวภาพหนังสือพิมพ์ไปถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาตจากหลวงปู่ก่อนปรากฏว่า กดชัตเตอร์เท่าไรๆ ชัตเตอร์ก็ไม่ทำงาน แต่พอนึกได้เข้าไปขออนุญาตก็ติดและได้ภาพที่ชัดเจนดี

เสกตะกรุดใต้น้ำ

คุณป้าอยู่ งามศรี บ้านอยู่ใกล้ๆ วัดละหารไร่และเป็นหลานของหลวงปู่ทิมได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยหลวงปู่ทิมอายุประมาณ 60-70 ปี เวลาท่านทำตะกรุดท่านจะลงไปทำใต้น้ำโดยถือตะกรุดแล้วเดินลุยน้ำลงไปจากศาลาหน้าวัด มีผู้เห็นกันหลายคน เมื่อหลวงปู่ทิมทำตะกรุดเสร็จเดินลุยน้ำขึ้นมาทุกคนประหลาดใจ เพราะเนื้อตัวและจีวรของหลวงปู่ทิมหาได้เปียกน้ำไม่

เสกตะกรุดลอย

ท่านอาจารย์รัตน์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่มีพลังจิตกล้าแข็งมากสามารถเสกจนตะกรุดลอยได้ ท่านเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งได้นิมมนต์พระอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดระยองมา 4 รูปด้วยกัน มีหลวงพ่อหอม หลวงพ่ออ่ำ หลวงพ่อชื่น และหลวงปู่ทิม ให้หลวงพ่อที่มาทั้ง 4 รูปนำตะกรุดสาริกามาด้วย แล้วนำลงใส่บาตรให้หลวงพ่อทั้ง 4 องค์นั่งล้อมรอบบาตร และขอให้ท่านทุกองค์เรียกตะกรุดให้ลอยขึ้นจากบาตร หลวงพ่อหอม เป็นผู้เรียกก่อนโดยนั่งบริกรรมอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมา จากนั้นหลวงพ่ออ่ำ และหลวงพ่อชื่อก็ได้นั่งบริกรรมทำนองเดียวกัน ตะกรุดก็ไม่ยอมลอยขึ้น จนถึงองค์สุดท้ายคือหลวงปู่ทิม ท่านนั่งบริกรรมอยู่สักครู่ก็ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมาจากก้นบาตร หลวงพ่อหอมและเจ้าอาวาสวัดหนองกระบอกเห็นเช่นนั้นก็ตกใจแลบอกว่า ขอให้ช่วยทำให้วิ่งรอบบาตรด้วย หลวงปู่ทิมก็นั่งหลับตาภาวนา ตะกรุดก็วิ่งอยู่รอบๆ บาตรท่ามกลางความตื่นตะลึงของพระสงฆ์ทุกองค์ และเรื่องนี้ได้เป็นที่โจษขานกันทั่วไปในจังหวัดระยอง

อำนาจจิตอันกล้าแข็งของหลวงปู่ทิม

แม้แต่เครื่องปั่นไฟท่านก็สามารถบังคับให้หยุดได้โดยไม่ทราบสาเหตุ คือ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่วัดละหารไร่มีลิเกมาเล่น พอลิเกกำลังจะออกแขกก็ปรากฏว่าไฟฟ้าดับพรึบลง พอแขกเข้าโรงไฟฟ้าก็สว่างขึ้นเป็นอย่างนี้ถึง 3ครั้ง จนต้องมีคนเตือนคณะลิเกให้ไปขออนุญาตหลวงปู่ทิมเสียก่อน เมื่อไปขออนุญาตแล้วก็ปรากฏว่าไฟฟ้าที่เคยปิดๆ ดับๆ ก็ติดสว่างตลอดทั้งคืน

หลวงปู่ทิมเป็นพระที่สร้างของยาก

มีผู้ไปขอสร้างของเสมอ แต่ถูกปฏิเสธไปเกือบทุกราย ท่านบอกว่าท่านไม่เก่ง แต่นับเป็นการประหลาดมากเมื่อครั้งที่คุณชินพร สุขสถิตย์ บรรณาธิการหนังสืออภินิหารและพระเครื่องไปกราบนมัสการและขออนุญาตท่านสร้างพระเครื่องเพื่อหารายได้สร้างศาลาการเปรียญท่านอนุญาตให้โดยดี ทั้งๆ ที่ตัวผู้ขอสร้างเองยังหนักใจเรื่องทุนที่จะนำมาลงทุนสร้างซึ่งต้องใช้เงินหลายแสนเพราะมีการหล่อพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พราะสังกัจจัยและพระปิดตาถึง 4 รายการด้วยกัน แต่หลวงปู่ทิม ท่านบอกว่า “ทำไปเถิดและจะสำเร็จเอง” ถึงปรากฏเป็นเรื่องจริงขึ้น บรรดาทุนรอนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องจ่ายให้ช่างหล่อกันก็มีลู่ทางและได้มาอย่างไม่น่าเชื่อในการสร้างพระเครื่องครั้งนี้ หลวงปู่ทิมท่านพูดว่า “เป็นการสร้างของลูกศิษย์แท้ๆ และเงินทองจะไหลมาเทมา” หลวงปู่ทิมจึงอนุญาตให้คุณชินพรและคุณอารมย์ ทับสุวรรณ ครอบครูเป็นศิษย์ของท่านได้ทั้งๆ การจะครอบครูเป็นศิษย์โดยตรงของหลวงปู่ทิมนั้นนับว่ายากมาก ศิษย์ที่จะได้รับครอบครูต้องปรนนิบัติรับใช้เป็นเวลาหลายๆ ปีจึงจะครอบครูให้

เรื่องจากคุณธงชัย อุดมความสุข

ตะกรุด 3 กษัตริย์

นับเป็นยอดตะกรุดมหานิทรา ยิงไม่ออก ถ้านำไปแขวนไว้ที่เสาหมอจะสะกดคนในบ้านให้หลับไหลหมด ขึ้นหยิบทรัพย์สินได้และดูเหมือนจะประสบกับโยมวัดผู้หนึ่ง เสียของเกือบหมดบ้านเพราะนอนไมรู้สึกตัวเลย เนื่องจากเอาตะกรุด 3 กษัตริย์ไปแขนไว้ที่เสาหมอกลางบ้าน หลวงปู่ทิมทราบเรื่องจึงไม่คิดจะทำอีก

อาของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่านางเอี้ยน เกสารัตน์ เสมียนประจำสำนักงานสหกรณ์ระยองไปขอตะกรุด 3 กษัตริย์จากหลวงปู่ทิม พอได้มาก็เอากลัดไว้กับเสื้ออย่างมั่นคง พอลากลับหลวงปู่ทิมถามว่าตะกรุดยังอยู่ดีหรือ? นางเอี้ยนก็ตอบว่าอยู่ค่ะ หลวงปู่หัวเราะแบมือให้ดู ปรากฏว่าตะกรุดอยู่ในมือหลวงปู่ทิม นายเอี้ยนหันมาดูที่เสื้อไม่พบตะกรุดก็ตกใจ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าหลวงปู่ทิมทราบดีว่านางเอี้ยนไม่ค่อยเชื่อถือท่านเท่าใดนัก จึงลองให้ดู ตะกรุด 3 กษัตริย์ของท่านนี้เล่ากันว่าเอาปืนยิงใส่บ้านยังไม่ออกเลย ไปยิงลิงยิงค่างถ้าเอาตะกรุดไปด้วยก็จะทำให้ยิงไม่ออกเช่นกัน

เรื่องจากคุณชินพร สุขสถิตย์

ปลาของหลวงปู่ทิม

ช่างมงคล นาคแทน ผู้รับเหมาสร้างโบสถ์และศาลาการเปรียญได้เล่าให้ผมฟังว่า มีอยู่วันหนึ่งคุณมงคลได้มาที่วัดเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง หลวงปู่ได้เรียกเข้าไปหาและสั่งว่าได้ขอร้องไม่ให้ลูกน้องไปยุ่งเกี่ยวกับปลาในสระแล้วทำไมลูกน้องจึงเข้าไปยุ่งอีก ขอให้ช่วยไปตักเตือนสั่งสอนด้วย คุณมงคลได้ยินดังนั้นก็ตกใจ เพราะหลวงปู่ได้สั่งไว้หลายหนแล้วว่าให้กำชับคนงานอย่าให้ไปยุ่งกับปลาในสระน้ำ คุณมงคลจึงกลับไปที่พักคนงานและเรียกลูกน้องมาด่าทุกคน แล้วถามว่าใครไปจับปลาของหลวงปู่ ซึ่งทุกคนปฏิเสธ คุณมงคลจึงไปหาหลวงปู่อีกและออกรับแทนลูกน้องว่า ไมมีลูกน้องคนใดไปยุ่งเกี่ยวกับปลาของหลวงปู่เลย หลวงปู่ทิมจึงว่า “ไอ้คนดำมืดยังไง” คุณมงคลก็กลับไปใหม่ และไปเรียกนายดำซึ่งมีผิวกายดำมะเมื่อมอยู่คนเดียวมา และบอกว่า “หลวงปู่บอกว่าลื้อไปจับปลาของท่านมาจริงหรือเปล่า” นายดำได้ยินก็ตกใจพูดกับช่างมงคลว่า “ท่านรู้ได้อย่างไรก็ผมไปแอบจับตอนตี 1 แล้วนี่ครับ

เกี่ยวกับปลานี้

คุณเพรียรวิทย์ จารุสถิติศิษย์ก้นกุฏิของท่านเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อถึงวันดีคืนดี หลวงปู่จะเดินลุยน้ำลงไปในสระ คลี่ชายจีวรออก จับกางสองมือแล้วช้อนปลาเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง มีปลาเข้ามาขังอยู่ที่ชายจีวรแน่นไปหมด คุณเพียรวิทย์บอกว่าหลวงปู่ใช้มนต์จินดามณีเรียกปลามาหา

เรื่องจากคุณ พ.เด็กวัด..หลวงปู่ทิมของผม

สมัยที่หลวงปู่ทิมเดินจงกรม ท่านกำหนดจิตยกมือพนมเหนืออก ข้อศอกคู้แนบติดกับลำตัวย่างเท้าก้าวเดินอยางช้าๆ กำหนดเดินไปข้างหน้าเก้าสิบเก้าก้าว และกันหลังกลับถอยไปอีกเก้าสิบเก้าก้าว บริเวณที่หลวงปู่ทิมเดินจงกรม บริเวณที่เดินจงกรมนี้ต้นหญ้าไม่กล้างอกขึ้นมา แต่แปลกที่สุด ไม่ว่าพวกมดหรือสัตว์สี่เท้าใดๆ ไม่กล้าเดินผ่านบริเวณนั้น จะต้องเดินอ้อมพ้นเขตบริเวณจงกรม

คาถาของหลวงปู่ทิม

“มะอะอุ ทุกขัง อนิจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ”
หลวงปู่ทิมท่านว่าเป็นคาถาที่ดีและก็สั้น และพุทธคุณของคาถาบทนี้ก็สูงมากอยู่ที่คนปฏิบัติ ท่านยังกรุณาเล่าให้ฟังว่า มีใครคนหนึ่งที่อยู่ตลาดมาปรับทุกข์ให้ท่านฟังว่า ขายของก็ไม่ดีทะเลาะกับเมีอยู่ที่บ้านแทบทุกวัน ญาติพี่น้องต่างเกลียดชัง อยากจะขอคาถาให้เขารัก หลวงปู่จึงให้คาถาบทนี้ไป ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ ชายผู้นั้นมีความสุขแล้ว จะไปไหนเมียก็ตามไปด้วย ญาติพี่น้องก็รักใครกันดี ผู้เขียนจึงมั่นใจว่าพุทธานุภาพในคาถาบทนี้จะประสบผลสำหรับผู้ที่ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าผู้ใดได้รับคาถานี้ไป ขอให้นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และคุณหลวงปู่ทิมเป็นที่ตั้งทุกอย่างก็จะอำนวยโชคพอสมควรกับบุญกรรมของบุคคลนั้น

พัดโบกหลวงปู่ทิม

ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2517 ได้เกิดน้ำป่าไหลท่วมบริเวณวัด ขณะนั้นหลวงปู่ทิมนั่งฟังเสียงน้ำหลากอยู่หน้าห้องของท่านพลันลุกขึ้นเข้าห้องหยิบผ้ายันต์ผืนสี่เหลี่ยม ถือเดินออกไปยังหอฉันเก่า ซึ่งผู้เขียนเกรงว่าจะถูกน้ำพัดพาไปด้วย หลวงปู่ท่านยืนเสกผ้าผืนนั้นซักอึดใจหนึ่งท่านก็โยดผ้าผืนนั้นลงไปตามกระแสน้ำ ผ้าผืนนั้นก็ลอยไปตามน้ำอย่างรวดเร็วท่ามกล่างคนงานที่ได้ช่วยกันเก็บเครื่องครัวอยู่บนวัดโดยไม่ทราบว่าหลวงปู่ได้ทำอะไร สักครู่หนึ่งทุกคนต่างตะลึงได้เห็นผ้าผื้นนั้นไหลทวนน้ำขึ้นมาหาหลวงปู่โดยหอบเอาอะไรมาสิ่งหนึ่ง หลวงปู่ได้หยิบผ้าผืนนั้น ปรากฏมีลูกไก่เล็กๆ สีขาวคู่หนึ่งอยู่ในอุ้งมือ ท่านเอามือลูบไล้ไปที่ลูกไก่สีขาวคู่นี้ด้วยความปราณีอย่าง

Porsche 911 Carrera 4 Cabriolet ปอร์เช คาร์เรร่า สี่ คาบริโอเลต รายละเอียด

ราคา ปอร์เช คาร์เรร่า สี่ คาบริโอเลต
วันนี้เราได้นำรถยนต์ Porsche ที่ได้รับความนิยมมาก มาแนะนำให้ทุกๆท่านได้รู้จักกัน และยานยนต์สุดหรูที่เรานำมาแนะนำให้กับทุกๆท่านในวันนี้ เป็นรถที่มีชื่อว่า Porsche 911 Carrera 4 Cabriolet ถ้าให้พูดถึงความพิเศษ และคุณประโยชน์การใช้งานของรถตัวนี้ ต้องบอกเลยว่า ไม่สามารถบรรยายถึงคุณประโยชน์ออกมาได้หมดจริงๆค่ะ และรถยนต์ตัวนี้จะให้คุณได้สัมผัสกับความหรูหราที่บ่งบอกความเป็นสไตล์สุดเท่ของคุณได้เป็นอย่างดี ที่มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยว รูปโฉมสปอร์ตที่สวยงามสามารถที่จะสะกดทุกสายตาให้อยู่หมัดอย่างน่าทึ่งเลยล่ะค่ะ ภายในของรถยนต์ รถยนต์ Porsche 911 Carrera 4 Cabriolet มาพร้อมกับความหรูหราที่คุณจะได้สัมผัสภายในตัวรถที่เหนือชั้นทุกฟังก์ชั่น ซึ่งความสุขในการเดินทางของท่านจะมีความพิเศษและเร้าใจมากยิ่งขึ้นกว่าทุกครั้งที่คุณเคยได้สัมผัสเลยล่ะค่ะ

รถยนต์ Porsche 911 Carrera 4 Cabriolet มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงนอน ขนาด 3436 ซีซี ให้กำลังสูงถึง 350 แรงม้าที่ 7,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตรที่ 5600 รอบต่อนาที ระบบเกียรอัตโนมัติ Porsche Doppelkupplung (PDK) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง

porsche-911-carrera-4-cabriolet-4-vert

รถยนต์ Porsche 911 Carrera 4 Cabriolet ตัวนี้มาในราคา 15,170,000 บาท

 

Ford Kuga Vignale

capture-20161102-230826

ความต้องการรถยนต์ทั่วโลกแน่นอนว่าเพิ่มสูงขึ้นและรูปแบบก็ย่อมแตกต่างและทางผู้ผลิตต้องพัฒนาปรับกระบวนการเพื่อเอาใจลูกค้ามากขึ้นตอบรับไลฟ์สไตล์อย่างจริงจังโดยเฉพาะในตลาดยุโรป Ford พร้อมนำเสนอความโดดเด่นและการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของ Ford Kuga Vignale สร้างกลยุทธ์ดึงดูดความสนใจสำหรับคนที่มองหารถยนต์รุ่นย่อยเกรดบนระดับเอสยูวีคอมแพคท์หรูหราที่มอบประสบการณ์ขับขี่แบบใหม่พร้อมออฟชั่นจัดเต็มด้วยการออกแบบภายนอก กระจังหน้าตะแกรงรังผึ้ง แถบโครเมี่ยมกันชนหน้าแวววับ แถบโครเมี่ยมด้านข้างประตู สีแผ่นกระแทกกันชนท้ายเป็นสีเทา Ford Kuga Vignale มากับตัวถังสีมุกโลหะ Vignale Milano Grigio ที่ได้แรงบันดาลใจจากโทนสีกุหลาบเมทัลลิก ให้ความสปอร์ตเรียบหรู

Porsche Panamera 4S ปอร์เช่ พานาเมร่า สี่เอส

นำทุกท่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคตไปกับรถยนต์ Porsche Panamera 4S เป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่มากด้วยคุณภาพการใช้งาน มาพร้อมกับรูปโฉมที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของปอร์เช่ สร้างความไว้วางใจในการใช้งานมาอย่างยาวนาน เป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่ไม่เคยทำให้ผู้ใช้งานต้องผิดหวัง จึงมีผู้สนใจที่จะเลือกมาไว้ใช้งานกันเป็นจำนวนมาก ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น เหนือความคาดหมายมากๆเลยล่ะค่ะ รถตัวนี้มีการใส่ใจในเรื่องของการออกแบบ รวมไปถึงให้ความใส่ใจทุกรายละเอียดในการผลิต จึงทำให้ได้รถที่มีประสิทธิภาพ มอบการขับเคลื่อนที่แสนพิเศษ พร้อมทั้งยังมีระบบความปลอดภัยที่ช่วยปกป้องทุกคนที่อยู่ในรถได้เป็นอย่างดี มอบความอัจฉริยะในการขับขี่ให้กับทุกคนค่ะ
porsche-panamera-4s-1-vert
รูปลักษณ์ภายนอกให้จินตนาการการออกแบบที่มอบยานยนต์สุดล้ำค่า ให้ความพิถีพิถันในทุกกระบวนการออกแบบ ให้การจัดวางทุกอย่างของรถคันนี้อย่างลงตัว ทำให้รถตัวนี้มีความหรูหรา สวยงามอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดค่ะ
ภายในพร้อมที่จะมอบความสะดวกสบายเต็มที่ มาพร้อมกับเบาะที่กว้างขวางเข้ากับสรีระ ไม่ว่าคุณจะนั่งหรือนอนก็มอบแต่ความสะดวกสบาย มอบความเป็นอิสระในการเดินทาง ไม่ว่าจะเดินทางไกลแค่ไหน ก็ไม่เมื่อย ไม่เบื่อกับการเดินทางอย่างแน่นอนเลยค่ะ

รถยนต์ Porsche Panamera 4S มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงนอน ขนาด 2997 ซีซี ให้กำลังสูงถึง 420 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 1750-5000 รอบต่อนาที ระบบเกียรอัตโนมัติ Porsche Doppelkupplung (PDK) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 286 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถยนต์ Porsche Panamera 4S มีมากถึง 15 เฉดสีให้เลือกค่ะ

ราคาของรถยนต์ Porsche Panamera 4S

รถยนต์ Porsche Panamera 4S มาในราคา 14,990,000 บาท

Nissan Kicks ครอสโอเวอร์

กระแสรถยนต์ครอสโอเวอร์สุดล้ำของนิสสันได้บูมขึ้นหลังจากมีภาพทีเซอร์มากมายหลุดให้เราได้รับชม ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพทคมีเพียง Nissan Juke กำลังรุกตลาดอย่างโดดเดียวซึ่งได้รับการออกแบบแหวกแนวของรถทุกคันในปี 2010 ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากๆในตอนนั้น Nissan Kicks : Global SUV/Crossover มาพร้อมการออกแบบ Design Signature ซึ่งเสริมความสปอร์ตด้วยกระจังหน้า V-Motion ไฟหน้าและท้ายบูมเมอแรง , Floating Roof ความยาวตัวถัง4,295 มิลลิเมตร, กว้าง 1,760 มิลลิเมตร, สูง 1,590 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,610 มิลลิเมตร ภายนอกจะออกแบบโดดเด่นล้ำสมัยภายในก็ไม่แพ้กันที่เสริมอุปกรณ์ตกแต่งเข้าไปมากมายและยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตรวจจับอัจฉริยะ วัตถุที่ใช้เซ็นเซอร์กล้อง 4 ตัวคอยตรวจจับวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตในจุดที่มนุษย์มองเห็นไม่ทั่วถึง ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของ Nissan Intelligent Mobility Nissan Kicks พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในโลกเดือนสิงหาคมนี้และจะเปิดตัวในตลาดอเมริกาอีกในปลายปี 2016 และจะถยอยเปิดตัวทั่วโลกให้ครบ 80 ประเทศไม่แน่อาจมาไทย

60922-154651

ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า

ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า

7411440808045

สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับทุกๆ คน ได้แก่ ชีวิต เพราะชีวิตคือพื้นฐานการรองรับค่าของสิ่งอื่นๆ ทั้งหมด ถ้าเราไม่มีชีวิตเสียอย่างเดียว ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ว่าจะมีค่ามากมายสักเพียงใด แม้จะมาวางอยู่เบื้องหน้าเรา สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราอีกต่อไป เพราะฉะนั้นในคราวที่เจ็บป่วยไข้ เราจึงบอกว่า จะหมดเท่าไร ก็ขอให้ได้เอาชีวิตไว้ก็พอแล้ว

จากวันที่เราเกิดมาจนถึงวันนี้ ต้องเริ่มปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เมื่อมองย้อนหลังไป จะเห็นได้ว่าเราได้ต่อสู้กับชีวิตมาพอสมควรทีเดียว บางครั้งก็ลองผิดลองถูกล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร

ไม่ว่าจะอายุสักเท่าไรก็ตาม ก็พอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่ผ่านมาในชีวิต ว่าโดยรวบยอดจะมีอยู่แค่เพียง 2 เรื่อง คือ เรื่องได้กับเรื่องเสีย ได้มากับเสียไป นั่นก็คือสิ่งที่ทางพระเรียกว่า โลกธรรม 8 ประการ ซึ่งแยกเป็นฝ่ายเจริญได้แก่ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ และฝ่ายเสื่อม ได้แก่ เสื่อมลาภ เลื่อมยศ ทุกข์ นินทา ทั้ง 2 ฝ่ายเปรียบเหมือนกับ 2 ด้านของเหรียญบาทอันเดียวกันที่เราต้องประสบกับมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สลับกันไป ดังเรื่องราวชีวิตของคนผู้หนึ่ง

มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วยหัวหน้าครอบครัว ภรรยา บุตรชายและคนรับใช้ ภายในบ้านนอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานทั่วไปแล้ว ยังมีม้าอีกหนึ่งตัว ลูกชายคนเดียวของบ้านชอบคลุกคลีขี่เล่นเป็นงานอดิเรก

วันหนึ่งม้าตัวโปรดหายไป ทุกคนในบ้านต่างเสียใจ หัวหน้าครอบครัวได้แต่ปลอบโยนว่า ช่างเถอะ ของมันมาได้มันก็ไปได้ อย่าเสียใจอะไรมาก ต่อมาอีกหลายวันโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ม้าตัวโปรดได้กลับมาพร้อมกับพรรคพวกอีกสิบตัว

คนที่ดีใจมากที่สุดก็คือลูกชาย เพราะจะได้ม้าสำหรับขี่เพิ่มขึ้น วันหนึ่งเขาอยากลองขี่ม้าตัวใหม่ดู ม้าตัวใหม่เป็นม้ายังไม่ได้รับการฝึก ลูกชายจึงพลัดตกม้าขาหัก ทุกคนเสียใจมาก ยกเว้นหัวหน้าครอบครัวซึ่งพอจะทำใจได้และปลอบโยนบริวารว่า โชคดีโชคร้ายเป็นของคู่กัน วันนี้โชคร้าย วันหน้าโชคดีคงมา

ต่อมาทางราชการก็แจ้งมาว่า เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในช่วงสงคราม ชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้านต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ให้ยกเว้นลูกชายเจ้าของบ้านคนเดียว เพราะเป็นคนพิการ จึงรอดตัวไป คนในบ้านก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ และต่อมาปรากฏว่าพวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่ถูกเกณฑ์ทหารคราวนั้น เสียชีวิตในสงครามหมด จากเรื่องราวที่เล่ามาจะเห็นได้ว่าชีวิตจะต้องพบกับมุมทั้ง 2 ด้านของโลกธรรมสลับกันไป ดังคำกล่าวของสุนทรภู่ที่ว่า “วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระ ย่อมพบปะไปจนกว่าจะอาสัญ”

คนเราทุกคนมีทั้งโชคดีและโชคร้ายสลับกันไป มากบ้างน้อยบ้าง ตามบุญกรรมของแต่ละคนที่ตนเองได้สร้างสมกันมา นี่เป็นเรื่องที่เราต้องพบเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือ คนเราเมื่อโลกธรรมมากระทบแล้วมีปฏิกิริยาไม่เหมือนกัน บางคนก็มีกำลังใจ รับได้ ทนได้ แต่บางคนก็กำลังใจตก ท้อแท้ สิ้นหวัง บางทีถึงกับคิดสั้นไปเลยก็มี

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

กรรมหมายถึงเจตนา

กรรมหมายถึงเจตนา

74525522566

“กรรมในความหมายของพระพุทธเจ้านั้นท่านหมายถึงเจตนา เราทำอะไรก็ตามถ้าประกอบอยู่ด้วยเจตนา สิ่งนั้นเป็นกรรม”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

เทศกาลเข้าพรรษา

เทศกาลเข้าพรรษา

74122577789445

ธรรมเนียมปฏิบัติ ของพระภิกษุสามเณร การอธิษฐานใจอยู่ประจำที่วัดใดวัดหนึ่ง โดยไม่ไปพักที่อื่นตลอด 3 เดือนในฤดูฝน ตามที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาต เรียกว่า การเข้าพรรษา วันเข้าพรรษากำหนดเวลาเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ช่วงที่ 2 ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 9 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

ใกล้เข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย นิยมให้บุตรหลานของตน เข้ามาบรรพชาอุปสมบท ประพฤติปฏิบัติธรรม ตลอดเวลา 3 เดือน เพื่อตอบแทนคุณของบิดามารดา และเปิดโอกาสให้บุตรหลานของตนได้ศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เป็นประเพณีที่สืบ ทอดกันมาถึงปัจจุบัน

มูลเหตุ การเข้าพรรษา ในครั้งพุทธกาล พระภิกษุถูกตำหนิ ติเตียนจากชาวบ้าน ถึงฤดูฝนแล้ว ไม่ยอมหยุดพัก เที่ยวจาริกสั่งสอนธรรมไปยังสถานที่ต่างๆ เหยียบย่ำข้าวกล้าในนาจนเสียหาย ไม่เหมือนกับนักบวชในศาสนาอื่น ที่หยุดพักตลอดฤดูฝน พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระภิกษุอยู่จำพรรษาที่วัดใดวัดหนึ่ง โดยไม่ไปพักที่อื่น ตลอด 3 เดือน หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปที่อื่น ควรกลับมาในวันนั้น เว้นแต่จะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่จำเป็น ต้องกลับมาภายใน 7 วัน

กิจจำเป็นนั้น คือ

1. ไปเพื่อรักษาพยาบาล สหธรรมิก หรือมารดาบิดาที่เจ็บไข้

2. ไปเพื่อระงับสหธรรมิกที่ต้องการจะสึก

3. มีกิจสงฆ์เกิดขึ้น เป็นต้นว่า วิหารชำรุดในเวลานั้น ไปเพื่อหาอุปกรณ์มาปฏิสังขรณ์

4. ทายกต้องการจะทำบุญ ไปเพื่อรักษาศรัทธาของเขา สามารถทำได้

อีกทั้งเป็นโอกาสดี พระภิกษุสามเณรจะได้สะสมความดี โดยเฉพาะความตั้งใจอยู่ประจำวัด ตลอด 3 เดือน เมื่อสามารถทำได้ตามที่อธิษฐานใจไว้ เรียกว่าได้บำเพ็ญอธิษฐานบารมี พร้อมกันนี้ได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ตั้งใจปฏิบัติศาสนกิจ เช่น ทำวัตรสวดมนต์ ปฏิบัติกิจวัตรหน้าที่ของพระภิกษุสามเณร มิให้ขาดตกบกพร่อง เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ นับว่าเป็นผู้ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ น่าเคารพกราบไหว้บูชา ช่วยสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนยาวนาน เป็นที่พึ่งทางใจและเป็นเนื้อนาบุญของชาวโลก

พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เช่นเดียวกัน ควรพร้อมใจกันสร้างความดี อบรมบ่มนิสัย ให้ละความชั่ว ประพฤติแต่ความดี ประกอบตนไว้ในทางที่ถูกต้อง ในเทศกาลเข้าพรรษา การบำเพ็ญบุญอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การบริจาคทาน รักษาศีล การเจริญภาวนา หลีกเลี่ยงจากอบายมุข ที่เป็นเหตุให้ชีวิตตกต่ำ เช่น งดเว้นสิ่งเสพติดให้โทษ การเที่ยวกลางคืน และเล่นการพนัน เป็นต้น

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

Honda City/Gienia ออกแบบใหม่

Honda-Gienia-753

Honda Gienia เป็นสายพันธุ์ร่วมกับ Griez ในประเทศจีนซึ่งมีรูปลักษณ์ไกล้เคียงกับ City บ้านเราอย่างมาก สำหรับ Griez ได้ถูกวางตลาดให้เป็นรุ่นซีดาน 4 ประตูส่วน Gienia จะเป็นรุ่น 5 ประตูฟาสท์แบ็ค ออกแบบสปอร์ตมากกว่าตามภาพ ภายนอกของ Honda Gienia ออกแบบกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่พร้อมไฟหน้าเหมือนกับ HR-V พร้อมติดตั้งไฟโปรเจคเตอร์ ไฟท้ายออกแบบให้เป็นรูปตัว C กันชนหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยมออกแบบสปอร์ต พร้อมสปอยเลอร์หลังบริเวณเหนือกระจกประตูท้าย ดีไซน์ด้านข้างถูกยกจาก Honda City

สำหรับ Honda Gienia มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 128 แรงม้า HP แรงบิตสูงสุด 155 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีต ให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม

Honda Gienia จะวางจำหน่ายในประเทศจีนภายในปี 2016 สำหรับบ้านเราคงไม่นำเข้าแน่นอน

ฝึกจิต-ครองใจ ความดีง่ายๆ ที่ต้องลงมือทำ

5494845650

ฝึกจิต-ครองใจ ความดีง่ายๆ ที่ต้องลงมือทำ

การฝึกจิตหรือการข่มจิต นับเป็นความดีประการหนึ่งที่พึงกระทำ เพราะถ้าทำได้สำเร็จ ก็จะมีความสุข สมดั่งพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า ‘จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้’ ฉะนั้น ยิ่งฝึกจิตข่มจิตได้ดีเพียงใด ก็จะยิ่งมีความสุขเพียงนั้น

อภัยทาน คืออย่างไร

98494980

อภัยทาน ก็คือการยกโทษให้ คือการไม่ถือความผิดหรือการล่วงเกินกระทบกระทั่งว่าเป็นโทษ

อภัยทานนี้เป็นคุณแก่ผู้ให้ ยิ่งกว่าแก่ผู้รับ เช่นเดียวกับทานทั้งหลายเหมือนกัน คืออภัยทานหรือการให้อภัยนี้ เมื่อเกิดขึ้นในใจผู้ใด จะยังจิตใจของผู้นั้นให้ผ่องใสพ้นจากการกลุ้มรุมบดบังของโทสะ

อันใจที่แจ่มใส กับใจที่มืดมัว ไม่อธิบายก็น่าจะทราบกันอยู่ทุกคนว่าใจแบบไหนที่ยังความสุขให้เกิดขึ้นแก่เจ้าของ ใจแบบไหนที่ยังความทุกข์ให้เกิดขึ้น และใจแบบไหนที่เป็นที่ต้องการ ใจแบบไหนที่ไม่เป็นที่ต้องการเลย

ความจริงนั้น ทุกคนที่สนใจบริหารจิต จะต้องสนใจอบรมจิตให้รู้จักอภัยในความผิดทั้งปวง ไม่ว่าผู้ใดจะทำแก่ตน แม้การให้อภัยจะเป็นการทำได้ไม่ง่ายนัก สำหรับบางคนที่ไม่เคยอบรมมาก่อน แต่ก็สามารถจะทำได้ด้วยการอบรมไปทีละเล็กละน้อย เริ่มแต่ที่ไม่ต้องฝืนใจมากนักไปก่อนในระยะแรก

ตัวอย่างเช่น เวลาขึ้นรถประจำทางที่มีผู้โดยสารคอยขึ้นรถอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะมีผู้เบียดแย่งขึ้นหน้า ทั้ง ๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลัง ถ้าเกิดโกรธขึ้นมาไม่ว่าน้อยหรือมาก ก็ให้ถือเป็นโอกาสอบรมจิตใจให้รู้จักอภัยให้เขาเสีย เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรถือโกรธกันหนักหนา เป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกินควรจะอภัยให้กันได้ แต่บางที่ไม่ตั้งใจคิดเอาไว้ก็จะไม่ทันให้อภัยจะเป็นเพียงโกรธแล้วจะหายโกรธไปเอง

โกรธแล้วหายโกรธเอง กับโกรธแล้วหายโกรธเพราะให้อภัย ไม่เหมือนกัน โกรธแล้วหายโกรธเองเป็นเรื่องธรรมดา ทุกสิ่งเมื่อเกิดแล้วต้องดับ ไม่เป็นการบริหารจิตแต่อย่างใด แต่โกรธแล้วหายโกรธเพราะคิดให้อภัย เป็นการบริหารจิตโดยตรง จะเป็นการยกระดับของจิตให้สูงขึ้น ดีขึ้น มีค่าขึ้น

การบริหารจิตสำหรับผู้ใหญ่

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ศีลกับธรรมนำเราได้ดี

45679644

ศีลกับธรรมพาเฮาดีได้ ควรตัดสินใจน้อมเข้าเพิ่ง

รัตนะพระไตรหน่วยแก้ว แนวพายั้งอยู่จั่งเย็น

ไผบ่ถือศีลธรรมพระพุทธเจ้า เป็นคนเสียชาติเปล่า

ไผบ่เชื้อธรรมพระพุทธเจ้า ตายถิ่มค่าอยู่ไส

“ศีลกับธรรมนำเราได้ดี ควรน้อมนำใจให้มีศีลธรรม ยึดพระรัตนไตรเป็นที่พึ่ง คนไม่มีศีลธรรมถือว่าเกิดมาตายเสียชาติเกิดแท้ ๆ “

พระเครื่องจังหวัดสุราษฎร์ธานี

5481659745

หลวงพ่อเชื่อมท่านนี้ก็เป็นสหธรรมมิกกับหลวงพ่อพัว วัดบางเดือน ต่างก็มีวิทยาคมขลังด้วยกันทั้งคู่ จัดว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแถวหน้าของจังหวัดสุราษฏร์ธานี มีพลังจิตกล้าแข็งชนิดว่าสะกดจระเข้ให้อยู่กับที่กระดุกกระดิกเครื่องไหวไม่ได้

หลวงพ่อเชื่อมออกเหรียญเพียงรุ่นเดียวเมือปี พ.ศ. 2499 เหรียญรุ่นนี้ภายในเหรียญจะบอก “อ. ท่าขนอม” แต่ถ้าบอกว่า “อ.คีรีรัฐนิคม” นั้นเป็นเหรียญรุ่นหลัง เหรียญรุ่นนี้มีประสบการณ์ทาคงกระพันสูงมาก อย่างเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็มีคนถูกยิงด้วยปืนลูกซองสั้น ที่อำเภอ พุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ลูกกระสุนเข้าเต็มหน้าอกทั้ง 9 เม็ด เสื้อขาดเป็นรูบานใหญ่โต คนถูกยิงกระเด็นหงายหลังไปนอนกับพื้น มือปืนเข้าใจว่าเสร็จแน่นอนแล้วจึงแผ่นตามระเบียบ คนถูกยิงจุกเต็มอกกว่าจะลุกนั่งขึ้นมาได้ พอสำรวจดูที่หน้าอก ปรากฏว่าเป็นรอยช้ำแดงๆ ไปทั้งแผ่นอก ลูกกระสุนไม่เข้าแม้แต่เม็ดเดียว ซึ่งประสบการณ์ทางคงกระพันที่ถูกยิงไม่เข้านี้ ก็มีเจอกันนับเป็นหลายสิบรายที่เดียวครับ หลายคนห้อยเหรียญหลวงพ่อเชื่อมรุ่นนี้ไปกรีดยางโดนงูกะปะกัดเข้าเต็มเอ็นร้อยหวาย ก็ปรากฏว่าไม่เข้าเหมือนกันครับ พระเกจิอาจารย์ยุคเก่า ของภาคใต้เขาเก่งแบบนี้แหละครับ ถ้าไม่เก่งจริงไม่ออกของหรือวัตถุมงคลเป็นแน่ กล่าวสำหรับเหรียญหลวงพ่อเชื่อมรุ่นนี้ ถ้าสวยๆ ก็มีราคาถึงหลัก หมื่นอ่อนๆ เชียวครับ แล้วหาไม่เจอง่ายๆ

Honda S660 RA

56345

สำนักแต่งรถสไตล์สปอร์ตของฮอนด้าอย่าง Mugen ได้เผยโฉม Honda S660 RA รถโรดสเตอร์สายพันธ์สปอร์ตให้โดดเด่นมากขึ้น พร้อมการเปลี่ยนแปลงรในส่วนต่างๆพอสมควร ภายนอก Honda S660 RA ได้เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งคุณภาพจากโรงงาน Mugen เต็มรูปแบบซึ่งได้เสริม กระจังหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ ท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต และล้ออัลลอยบีบีเอสขนาด 15 นิ้วหุ้มด้วยยาง 165/55 R15 ที่คู่หน้า และล้อขนาด 16 นิ้วสวมด้วยยาง 195/45 R16 ที่ล้อคู่หลัง ภายในห้องโดยสารโดดเด่นสไตล์สปอร์ตอย่างแท้จริงตัดเย็บด้วยเส้นด้ายสีตัดสายตา ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเทคโนโลยีอื่นๆเช่น ปุ่มสตาร์ทชุดใหม่ และมีหน้าจอแสดงผลบนคอนโซล รวมถึงการประทับหมายเลขการผลิตเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟ Honda S660 RA มาพร้อมเครื่องยนต์ 660 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 64 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 104 นิวตันเมตรที่ 2,600 รอบต่อนาที สำหรับค่าตัวของ Honda S660 RA จะอยู่ประมาณ 2.89 ล้านเยนหรือประมาณ 9.3 แสนบาท ผลิตที่ประเทศญิปุ่นจำหน่ายเพียง 660 คันเท่านั้น

BMW กระบะ 4 ประตู

BMW989875265

ตลาดรถกระบะยังเป็นที่ต้องการอยู่มากโดยค่ายรถยนต์หรูคู่แข่งอย่าง Mercedes Benz เตรียมวางจำหน่าย Mercedes Benz X Class ซึ่งสร้างบนฐานของ Nvara NP300 มาพัฒนาต่อยอด BMW ถึงแม้จะมีภาพรถกระบะออกมาจากโรงงานแต่ทาง BMW ยังไม่มีแนวคิดที่จะสร้างกระบะอย่างจริงจัง ถ้า Mercedes Benz ผลิตกระบะโฉมใหม่ของค่ายขึ้นมาจริงทาง BMW คงจะไม่นิ่งนอนใจ โดยทางนักออกแบบชาวมาเชเซีย ได้เปิดตัวภาพรถต้นแบบกระบะ และเขาบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ทาง BMW จะนำ BMW X4 มาแปลงเป็นรถกระบะของค่าย จากภาพออกแบบข้างต้นจะสามารถสัมผัสความสปอร์ตของ BMW ผ่านรถกระบะอย่างชัดเจน และตัวถังยังคงอยู่ในรูปแบบ 4 ประตู ซึ่งเหมาะมากสำหรับการใช้งานหรูหราสไตล์คนในเมือง และเรื่องเปิดตังเอาไว้ก่อนให้ทาง BMW ยืนยันว่าจะผลิตจริงหรือเปล่า

หลวงพ่อเรือง วัดหัววัง

4446

หลวงพ่อเรือง ปุญญสฺสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดหัววัง ต.บ้านใหม่ อ.ระโนด จ.สงขลา หลวงพ่อเรือง ปุญญสฺสโร นามเดิมชื่อ เรือง ศรีปาน บิดาชื่อนายปาน มารดาชื่อนางแก้ว เกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2425 ตรงกับขึ้น 10 ค่ำเดือน 12 ปีมะแม เกิดที่บ้าน ธรรมเถียร ต.พะนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มีพี่น้องร่วมมารดา 5 คนคือ

1.พระครูเรือง ปุญญสฺโร

2.นายเกลี้ยง ศรีปาน

3.นางทอง ศรีปาน

4.นายทับ ศรีปาน

5.นางพุด ชีวิต

ตอนปฐมวัย อายุได้ 7 ปี ได้เข้าอยู่วัดทะเลใต้ ได้ศึกษาหนังสือไทยและภาษาขอม จัดว่าเป็นผู้มีความรู้พอตัวในสมัยนั้น พออายุได้ 17 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร แล้วศึกษาพระธรรมวินัย จนอายุได้ 21 ปี ได้อุปสมบท ณ วัดทะเลใต้ มีพระอาจารย์คง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสุข ผลธมฺโม เป็นพระกรรมอาจารย์ พระผุด เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2446 เวลา 16.20 น. แล้วศึกษาพระธรรมวินัยเป็นเวลา 2 ปี ได้เดินทางไปธุดงค์ แล้วไปเข้าพรรษาที่วัดศาลาธรรม์ อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นเวลา 2 ปี เข้าพรรษาที่วัดเฉียงพงค์เป็นเวลา 2 ปี ขณะนั้นทางวัดหัววังซึ่งมีพระจำพรรษาอยู่น้อย คณะพุทธบริษัทรู้ว่าท่านเป็นผู้หนักแน่นในพระธรรมวินัย จึงได้นิมนต์ท่านมาจำพรรษา ณ วัดหัววัง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2452 เป็นต้นมา

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2474 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหัววัง

วันที่ 31ธันวาคม 2474 ได้รับการแต่งตั้ง เป็นกรรมการศึกษา ประจำอำเภอระโนด

วันที่ 1 มีนาคม 2481 ได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นประทวน ท่านได้บำเพ็ญสมณกิจ อบรมสั่งสอนคณะศิษยานุศิษย์ และพุทธบริษัทของวัด มีผู้ไปมาหาสู่ท่านโดยมิได้ขาด จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2514 ท่านได้บอกให้ศิษยานุศิษย์ได้เตรียมหีบศพ ทั้งๆที่ท่านมีสุขภาพแข็งแรง วันที่ 23 พฤศจิกายน 2514 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือนอ้ายปีจอ เวลา 06.10 น. ท่านได้มรณภาพไปอย่างสงบ รวมอายุได้ 88 ปี 1 เดือน 27 วัน ครองตนอยู่ในเพศบรรพชิต 71 พรรษา ในคืนก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ท่านได้เรียกศิษย์คนหนึ่งเข้าไปให้โอวาทว่า ให้ทำตัวเหมือนผึ้ง อย่าทำตัวเป็นแมลงวัน แม้สังขารอันไร้วิญญาณของท่านที่เก็บไว้ตั้งแต่วันมรณภาพจะกลับเป็นเถ้าถ่านไป แต่ความดีของท่านยังคงมีอยู่ไม่มีวันหมดสิ้น

ประวัติของท่านไม่มีใครรู้และไม่ได้จารึกไว้จากคำบอกเล่าของคุณพ่อของกระผมซึ่งเป็นคุณครูสอนโรงเรียนวัดหัววังในสมัยพ่อท่านเรืองยังมีชีวิตอยู่ท่านชอบศึกษาวิชาคาถาอาคม แต่สัญนิฐานว่าท่านน่าจะเป็นศิษย์เขาอ้อได้รับการถ่ายทอดวิชาจากอาจารย์ทองเฒ่าโดยตรงเพราะท่านเป็นคน อ. ควนขนุน จ. พัทลุง และอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา

งานบูชาเพลิงศพ พระครูเรือง ปุญญสฺสโร วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2517 เกือบ 3 ปี ร่างของท่านเป็นอมตะ ไม่เน่า ไม่เปื่อย ตับของท่านเป็นเหล็ก สรุปวัตถุมงคลของท่าน

1. ผ้ายันต์ ตามในรูป

2. ตะกรุด ตามในรูป หายาก

3 รูปเหมือนหล่อปั๊ม ทำด้วยกัน 2 ครั้ง

หลวงพ่อทอง วัดคลองแห

989999055

ว่ากันตามความจริงแล้ว มงคลวัตถุของหลวงพ่อทอง วัดคลองแห นั้น ท่านไม่ค่อยจะได้สร้างอะไรไว้มากนัก ทั้งๆ ที่มีวิชาอาคมมาก มีพลังจิตสูง และความเคร่งครัดต่อพระศาสนา ท่านน่าจะได้สร้างมงคลวัตถุเอาไว้ให้ลูกหลานได้ใช้กันอย่างมากมายบ้าง

แต่เท่าที่ได้สอบถาม พระอาจารย์บุญ เจ้าอาวาสสมัยนั้น และชาวบ้านคลองแห ที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ ก็ได้ความว่า หลวงพ่อทองได้เคยสร้างมงคลวัตถุไว้ก็มี ผ้ายันต์ ซึ่งท่านไม่ค่อยจะทำให้ใครง่ายๆ มีผู้ได้ไว้น้อยราย และต่างก็หวงแหนด้วยกันทั้งนั้น หาดูก็ยาก ผ้ายันต์ของหลวงพ่อทองมีชนิดสีแดงและสีขาว

นอกจากนี้ก็มีชานหมาก “ของขลัง” ที่พระเกจิอาจารย์ชาวใต้ชอบทำกันคือ “ลูกอมชานหมาก” ที่เคยสร้างชื่อเสียงก็มีมากมาย อย่างเช่น ลูกอมชานหมากของ “พ่อท่านคล้าย” ลูกอมชานหมากของ “พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง เป็นต้น

ลูกอมชานหมาก ของ หลวงพ่อทอง ก็มีผู้ได้รับกันไว้มากมายพอสมควร ส่วนใหญ่ก็มักจะได้รับโดยตรงจากมือของท่าน ถ้าหากมีการรับช่วงต่อกันมา ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นของแท้จากท่านหรือเปล่า ทั้งนี้เนื่องจากเรื่องของ “ลูกอม” นั้น ไม่มีจุดสังเกต ใครจะสร้างจะทำออกมาภายหลังก็ย่อมได้

ตะกรุด หลวงพ่อทองได้เคยสร้างตะกรุดเอาไว้เช่นกัน มีตะกรุดโทน เป็นส่วนใหญ่ดอกหนึ่งยาวประมาณเกือบ 1 คืบ โด่งดังทางด้านคงกระพันแคล้วคลาด ท่านสร้างไว้มากพอสมควร นอกจากนี้ก็มีตะกรุดเมตตา ตะกรุดค้าขาย และตะกรุดต่างๆ อีกมากมาย

เหรียญรุ่นแรก

สำหรับเหรียญรูปเหมือน หลวงพ่อทองไม่เคยได้สร้างไว้ก่อนเลย เหรียญรุ่นแรกของท่านที่สร้างขึ้น ก็เป็นการสร้างหลังจากท่านได้มรณภาพไปแล้ว หรือที่วงการเรียกว่า “เหรียญตาย” สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสบรรจุอัฐิของท่านเมื่อ ปี พ.ศ. 2507 โดย พระอาจารย์บุญ หรือ หลวงพ่อบุญ เจ้าอาวาสในสมัยนั้นเป็นผู้สร้างขึ้น ปลุกเสกหมู่ โดยพระอาจารย์ที่มาในงานฌาปนกิจศพหลวงพ่อทอง ซึ่งล้วนแต่เป็นพระอาจารย์ชาวใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น หนึ่งในนั้นที่จะขอเอยชื่อคือ “พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน” จำนวนการสร้าง เนื้อทองเหลือง 2,500 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 2,500 เหรียญ รวม 5,000 เหรียญ ลักษณะเหรียญ เป็นเหรียญรูปเสมา ขนาดสูง 3.3 ซม. กว้าง 2.3 ซม. ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อทอง ครึ่งองศ์ พาดผ้าสังฆฏิซึ่งช่างแกะได้แกะรูปหลวงพ่อทองเหมือนองค์จริงท่านมาก โดยรอบขอบเหรียญ มีจุดไข่ปลาทั้งซ้ายและขวา ด้านละ 19 เม็ด รวมสองด้าน38 เม็ด ใต้องค์หลวงพ่อทองมีอักษรไทยเขียนว่า “หลวงพ่อทอง คงมสสโร” ด้านหลังเหรียญ ส่วนบนเขียนว่า “ที่ระลึกในงานบรรจุอัฐิ” ถัดลงไปเป็นหัวใจพระธรรมต่างๆ เขียนเป็นภาษาขอม ถัดลงไปเป็นตัวเลขไทย ”๒๕0๗” อันหมายถึงปีที่สร้าง แถวล่างสุดเป็นตัวหนังสือไทย โค้งเกือบจะเป็นวงกลม ตามขอบเหรียญ อ่านได้ว่า “หลวงพ่อทอง คงมสสโร วัดคลองแห อ.หาดใหญ่ จ. สงขลา” เหรียญรุ่นสอง เนื่องจากเหรียญรุ่นแรก ที่ออกเป็นทีระลึกในการบรรจุอัฐิหลวงพ่อทอง นั้น ได้มีผู้นำไปใช้แล้ว เกิดประสบการณ์ต่างๆ นานา เป็นที่เลื่องลือกันมาก ทั้งในหมู่ลูกศิษย์ลูกหา และชาวบ้านโดยทั่วไป ข่าวลือไปทั่วเมืองหาดใหญ่ ทำให้ชาวหาดใหญ่พากันไปยังวัดคลองแหไม่เว้นแต่ละวัน ไปทำบุญบูชาเหรียญหลวงพ่อทองกัน ทำให้เหรียญรุ่นแรกที่สร้างไว้นั้นหมดไปจากวัด จึงสร้างเหรียญรุ่นสองขึ้นตอนปลายปี 2507 ลักษณะเหมือนเหรียญรุ่นแรก และเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ด้านหลังของเหรียญก็ได้ใส่ข้อความเพิ่มลงไปด้วยว่า ”รุ่น ๒” ต่อท้ายข้อความเดิมว่า ”ที่ระลึกในงานบรรจุอัฐิ” เห็นบอกมาว่าเหรียญรุ่นสองนี้สร้าง 20,000 เหรียญ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เหรียญทั้งสองรุ่นนี้ก็มีผู้นำเอาไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะด้านเมตตาค้าขาย และโชคลาภ เป็นที่เลื่องลือกันและบางคนก็เชื่อกันว่าชื่อของหลวงพ่อ “ทอง” นั้น เป็นสิริมงคลนาม ใครนำไปใช้ด้วยใจอันศรัทธา นำไปใช้ในทางถูกต้อง จะอธิษฐานสิ่งใดก็มักจะได้ผลสำเร็จเสมอ

Toyota Sienta เตรียมเปิดตัว

Toyota-Sienta-456

สุดยอดจริงๆกับรถยนต์ Toyota Sienta ที่จะเปิดตัวประเทศกลุ่มอาเซียนอย่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีกระแสข่าวว่า PT Toyota Astra Motor (TAM) ได้รับสิทธิผลิต Toyota Sienta ที่โรงงาน Toyota Motor Manufacturing Indonesia โตโยต้าเตรียมเปิดตัวมินิแวนโฉมใหม่ Toyota Sienta ที่งาน JIExpo วันที่ 7 เมษายน 2016 ทำเอาคนไทยให้ความสนใจไม่น้อย

Henry Tanoto รองผู้อำนวยการ PT Toyota Astra Motor (TAM) ได้เผยว่าการเปิดตัว Sienta เป็นการรุกตลาดครั้งแรกนอกประเทศญิปุ่นซึ่งเป็นรถแทรกกลางของรุ่นเก่าระหว่าง Toyota Innova และ Avanza อย่างเหมาะสม