ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า

ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า

7411440808045

สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับทุกๆ คน ได้แก่ ชีวิต เพราะชีวิตคือพื้นฐานการรองรับค่าของสิ่งอื่นๆ ทั้งหมด ถ้าเราไม่มีชีวิตเสียอย่างเดียว ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ว่าจะมีค่ามากมายสักเพียงใด แม้จะมาวางอยู่เบื้องหน้าเรา สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราอีกต่อไป เพราะฉะนั้นในคราวที่เจ็บป่วยไข้ เราจึงบอกว่า จะหมดเท่าไร ก็ขอให้ได้เอาชีวิตไว้ก็พอแล้ว

จากวันที่เราเกิดมาจนถึงวันนี้ ต้องเริ่มปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เมื่อมองย้อนหลังไป จะเห็นได้ว่าเราได้ต่อสู้กับชีวิตมาพอสมควรทีเดียว บางครั้งก็ลองผิดลองถูกล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร

ไม่ว่าจะอายุสักเท่าไรก็ตาม ก็พอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่ผ่านมาในชีวิต ว่าโดยรวบยอดจะมีอยู่แค่เพียง 2 เรื่อง คือ เรื่องได้กับเรื่องเสีย ได้มากับเสียไป นั่นก็คือสิ่งที่ทางพระเรียกว่า โลกธรรม 8 ประการ ซึ่งแยกเป็นฝ่ายเจริญได้แก่ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ และฝ่ายเสื่อม ได้แก่ เสื่อมลาภ เลื่อมยศ ทุกข์ นินทา ทั้ง 2 ฝ่ายเปรียบเหมือนกับ 2 ด้านของเหรียญบาทอันเดียวกันที่เราต้องประสบกับมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สลับกันไป ดังเรื่องราวชีวิตของคนผู้หนึ่ง

มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วยหัวหน้าครอบครัว ภรรยา บุตรชายและคนรับใช้ ภายในบ้านนอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานทั่วไปแล้ว ยังมีม้าอีกหนึ่งตัว ลูกชายคนเดียวของบ้านชอบคลุกคลีขี่เล่นเป็นงานอดิเรก

วันหนึ่งม้าตัวโปรดหายไป ทุกคนในบ้านต่างเสียใจ หัวหน้าครอบครัวได้แต่ปลอบโยนว่า ช่างเถอะ ของมันมาได้มันก็ไปได้ อย่าเสียใจอะไรมาก ต่อมาอีกหลายวันโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ม้าตัวโปรดได้กลับมาพร้อมกับพรรคพวกอีกสิบตัว

คนที่ดีใจมากที่สุดก็คือลูกชาย เพราะจะได้ม้าสำหรับขี่เพิ่มขึ้น วันหนึ่งเขาอยากลองขี่ม้าตัวใหม่ดู ม้าตัวใหม่เป็นม้ายังไม่ได้รับการฝึก ลูกชายจึงพลัดตกม้าขาหัก ทุกคนเสียใจมาก ยกเว้นหัวหน้าครอบครัวซึ่งพอจะทำใจได้และปลอบโยนบริวารว่า โชคดีโชคร้ายเป็นของคู่กัน วันนี้โชคร้าย วันหน้าโชคดีคงมา

ต่อมาทางราชการก็แจ้งมาว่า เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในช่วงสงคราม ชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้านต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ให้ยกเว้นลูกชายเจ้าของบ้านคนเดียว เพราะเป็นคนพิการ จึงรอดตัวไป คนในบ้านก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ และต่อมาปรากฏว่าพวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่ถูกเกณฑ์ทหารคราวนั้น เสียชีวิตในสงครามหมด จากเรื่องราวที่เล่ามาจะเห็นได้ว่าชีวิตจะต้องพบกับมุมทั้ง 2 ด้านของโลกธรรมสลับกันไป ดังคำกล่าวของสุนทรภู่ที่ว่า “วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระ ย่อมพบปะไปจนกว่าจะอาสัญ”

คนเราทุกคนมีทั้งโชคดีและโชคร้ายสลับกันไป มากบ้างน้อยบ้าง ตามบุญกรรมของแต่ละคนที่ตนเองได้สร้างสมกันมา นี่เป็นเรื่องที่เราต้องพบเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือ คนเราเมื่อโลกธรรมมากระทบแล้วมีปฏิกิริยาไม่เหมือนกัน บางคนก็มีกำลังใจ รับได้ ทนได้ แต่บางคนก็กำลังใจตก ท้อแท้ สิ้นหวัง บางทีถึงกับคิดสั้นไปเลยก็มี

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

กรรมหมายถึงเจตนา

กรรมหมายถึงเจตนา

74525522566

“กรรมในความหมายของพระพุทธเจ้านั้นท่านหมายถึงเจตนา เราทำอะไรก็ตามถ้าประกอบอยู่ด้วยเจตนา สิ่งนั้นเป็นกรรม”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

เทศกาลเข้าพรรษา

เทศกาลเข้าพรรษา

74122577789445

ธรรมเนียมปฏิบัติ ของพระภิกษุสามเณร การอธิษฐานใจอยู่ประจำที่วัดใดวัดหนึ่ง โดยไม่ไปพักที่อื่นตลอด 3 เดือนในฤดูฝน ตามที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาต เรียกว่า การเข้าพรรษา วันเข้าพรรษากำหนดเวลาเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ช่วงที่ 2 ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 9 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

ใกล้เข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย นิยมให้บุตรหลานของตน เข้ามาบรรพชาอุปสมบท ประพฤติปฏิบัติธรรม ตลอดเวลา 3 เดือน เพื่อตอบแทนคุณของบิดามารดา และเปิดโอกาสให้บุตรหลานของตนได้ศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เป็นประเพณีที่สืบ ทอดกันมาถึงปัจจุบัน

มูลเหตุ การเข้าพรรษา ในครั้งพุทธกาล พระภิกษุถูกตำหนิ ติเตียนจากชาวบ้าน ถึงฤดูฝนแล้ว ไม่ยอมหยุดพัก เที่ยวจาริกสั่งสอนธรรมไปยังสถานที่ต่างๆ เหยียบย่ำข้าวกล้าในนาจนเสียหาย ไม่เหมือนกับนักบวชในศาสนาอื่น ที่หยุดพักตลอดฤดูฝน พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระภิกษุอยู่จำพรรษาที่วัดใดวัดหนึ่ง โดยไม่ไปพักที่อื่น ตลอด 3 เดือน หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปที่อื่น ควรกลับมาในวันนั้น เว้นแต่จะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่จำเป็น ต้องกลับมาภายใน 7 วัน

กิจจำเป็นนั้น คือ

1. ไปเพื่อรักษาพยาบาล สหธรรมิก หรือมารดาบิดาที่เจ็บไข้

2. ไปเพื่อระงับสหธรรมิกที่ต้องการจะสึก

3. มีกิจสงฆ์เกิดขึ้น เป็นต้นว่า วิหารชำรุดในเวลานั้น ไปเพื่อหาอุปกรณ์มาปฏิสังขรณ์

4. ทายกต้องการจะทำบุญ ไปเพื่อรักษาศรัทธาของเขา สามารถทำได้

อีกทั้งเป็นโอกาสดี พระภิกษุสามเณรจะได้สะสมความดี โดยเฉพาะความตั้งใจอยู่ประจำวัด ตลอด 3 เดือน เมื่อสามารถทำได้ตามที่อธิษฐานใจไว้ เรียกว่าได้บำเพ็ญอธิษฐานบารมี พร้อมกันนี้ได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ตั้งใจปฏิบัติศาสนกิจ เช่น ทำวัตรสวดมนต์ ปฏิบัติกิจวัตรหน้าที่ของพระภิกษุสามเณร มิให้ขาดตกบกพร่อง เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ นับว่าเป็นผู้ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ น่าเคารพกราบไหว้บูชา ช่วยสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนยาวนาน เป็นที่พึ่งทางใจและเป็นเนื้อนาบุญของชาวโลก

พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เช่นเดียวกัน ควรพร้อมใจกันสร้างความดี อบรมบ่มนิสัย ให้ละความชั่ว ประพฤติแต่ความดี ประกอบตนไว้ในทางที่ถูกต้อง ในเทศกาลเข้าพรรษา การบำเพ็ญบุญอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การบริจาคทาน รักษาศีล การเจริญภาวนา หลีกเลี่ยงจากอบายมุข ที่เป็นเหตุให้ชีวิตตกต่ำ เช่น งดเว้นสิ่งเสพติดให้โทษ การเที่ยวกลางคืน และเล่นการพนัน เป็นต้น

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร