เงินต่อเงิน

โลกวันนี้ใช้เงินเป็นสื่อกลาง ใช้เงินเป็นเครื่องวัดเศรษฐกิจใช้เงินเป็นเครื่องวัดฐานะของคน คนจึงจำเป็นต้องมีเงิน คนที่เก่ง คนที่ประสบความสำเร็จจะทำงานหาเงินในช่วงแรก แล้วต่อจากนั้นจะบริหารเงินคือศิลปะในการที่จะบังคับให้เงินกลับมาทำงานให้เรา เงินเท่านั้นที่จะต่อให้เงินกลับมาได้

c225340

ในโลกนี้มีคนจำนวนมากมายเพิ่มรายได้หลายเท่าตัวด้วยการวางแผนทางการเงินของชีวิตอย่างรอบคอบ

คุณทำเงินและใช้เงินไปแล้วมากมาย คิดดูดีๆในชั่วชีวิตของคนเราแต่ละคนนั้น ต้องหาเงินและใช้เงินไปไม่น้อย

คุณเชื่อไหมว่าถ้าคุณรู้จักบริหารเงินคุณจะสร้างอนาคตได้จากคนที่ไม่มีอะไรเลยกลายเป็นคนมีเงินล้านกับเขาได้

สิ่งแรกที่คนต้องทำคือ ทำงาน งานที่รัก งานที่ชอบ และทำอย่างหนัก ยิ่งในรุ่นหนุ่มสาวมีแรงมีพลัง ทุ่มโหมลงไปในงานยิ่งถ้างานนั้นเสริมให้คุณได้ประสบการณ์เพิ่ม มีโอกาสทำงาน ประโยชน์ให้กับสังคม ยิ่งควรทุ่มเทมากขึ้น แต่งานนั้นต้องได้เงิน มีรายได้ที่แน่นอน

สิ่งสำคัญต่อมาที่เราควรจะกระทำต่อเงินที่หามาได้ก็คือประหยัด เรื่องนี้เป็นกฎตายตัวทีเดียว ไม่มีใครสร้างอนาคตได้โดยไม่รู้จักประหยัด ถ้าหาได้น้อยก็ประหยัดได้น้อย ทุกๆเดือนที่ได้เงินมาต้องประหยัดไว้ ถ้าหาได้น้อยก็ประหยัดน้อย เพราะรายได้เกือบเท่ารายจ่ายอยู่แล้ว แต่ต้องให้รายรับมากกว่ารายจ่ายทุกเดือน เหลือไว้เดือนละ5หรือ10%ก็ยังดี

การจัดระบบการเงินอย่างเหมาะสมรอบคอบต้องใช้เวลาคิดนิดหน่อย ถ้าคุณแต่งงานแล้วคุณต้องชักชวนคู่ชีวิตของคุณมาเป็นคู่คิด และคิดว่าจะหาเงินมาอย่างไร ใช้เงินอย่างไร คิดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คิดด้วยว่าวิธ๊การหาเงินของคุณต้องมีความมั่นคง ถ้ามีคู่ชีวิตคนหนึ่งทำงานที่มีความเสี่ยง แต่มีรายได้ดี รายรับสูงอีกคนมีความเสี่ยงน้อยมั่นคงแม้ว่ารายรับไม่สูงก็ตาม ฉะนั้นเมื่อเราสามารถที่จะเก็บเงินได้ควรเริ่มเก็บแต่วันนี้

คุณลองใช้วิธีทางธุรกิจดูบ้างซิ วางเป้าหมายไว้เลยว่าอยากได้บ้าน อยากได้เงินไว้ซื้อพันธบัตร แล้วดูสถานการณ์ปัจจุบันค่อยๆมองออกไปในอนาคตทีนี้แหละคุณจะทำงานหรือคุณจะใช้เงินคุณจะมีทิศทางและรู้ว่าใช้เงินเท่าไหร่คุณจะบอกได้ว่าคุณจะสำเร็จได้เท่าไรและเมื่อไร

จุดจู๋ คนอยากรวย

ความคิด

141217184033

โดย  “เด็กหญิงเรวินันท์  ยิ้มแก้ว”

มีเรื่องราวมากมายที่ไม่มีใครได้ฟังคำพูดนับร้อยพันที่ฉันยังไม่ได้พูด  ไม่ว่านานสักเท่าไรมันก็ยังเป็นความลับอยู่ไม่เคยเปลี่ยน  บางสิ่งฉันก็อยากบอกให้คนอื่นรู้แต่ฉันก็ยังเก็บมันไว้  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันเปลี่ยนความคิด  มีคนเคยบอกฉันว่า  “ถ้าเราไม่กล้าที่จุทำอะไรเลยเราก็จะไม่พบกับความสำเร็จ  ก็เหมือนกับคำตอบถ้าไม่มีคำถามก็จะไม่มีคำตอบ”  ฉันเก็บคำพูดนั้นมาคิด  และมันเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันได้คิดและกล้าที่จะพูดหรือคิดมากขึ้น  จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่ค่อยกล้ามากเท่าไรแต่ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด  และตอนนี้ฉันก็ได้เจอคำตอบของคำถามนั้นแล้วแต่คำตอบคืออะไรฉันบอกไม่ได้เพราะมันคือความลับ

 

6 ขั้นตอน ทำความสะอาดหน้าจอ Touch Screen

capture-20141217-181746

 

  1. ถ้าบอกว่าให้หา “ผ้าไมโครไฟเบอร์” มาเช็ดโทรศัพท์ หลายคนอาจงงว่าอะไรคือ “ผ้าไมโครไฟเบอร์” ถ้าอย่างนั้นเราขอเปลี่ยนเป็นหา “ผ้าเช็ดแว่น” น่าจะรู้จักมากกว่า สำหรับเจ้าผ้าตัวนี้นั้นเป็นผ้าที่มีเนื้อผ้าเหมาะสมสำหรับทำความสะอาดหน้าจอแบบสัมผัสมากที่สุด ผกติแล้วถ้าเราไปติดฟิล์มกันรอยก็อาจได้แถมมาง่าย ๆ ไม่ได้หายากอะไร แต่ถ้าใครสนใจดูแลเป็นพิเศษแบบมียี่ห้อก็ดีให้เลือกซื้อ เพียงแต่ราคาก็จะแพงมากกว่า
  2. ก่อนที่จะเริ่มต้นพิธีกรรมทำความสะอาดหน้าจอ ขอให้ผิดเครื่องโทรศัพท์ให้เรียบร้อยก่อน เพราะนั่นจะทำให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น
  3. เช็ดหน้าจอด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่เตรียมไว้ โดยใช้วิธีการเช็ดแบบหมุนเป็นรูปวงกลม จะช่วยให้สะอาดมากกว่า
  4. จริง ๆ อาจไม่ต้องใช้น้ำยาอะไรในการเช็ดทำความสะอาด เพียงแต่พ่นหายให้เกิดละอองขึ้นมาก็ทำได้เหมือนกัน แต่หากใครกลัวว่าจะไม่สะอาดหรือไม่มันใจในลมหายใจของตัวเอง ก็ลองหาน้ำยาเช็ดหน้าจอโดยตรงมาทำความสะอาดแทนก็ได้เหมือนกัน แต่น้ำยาเช็ดหน้าจอสัมผัสที่ดีที่สุดคือ น้ำยาแบบที่เป็นน้ำกลั่นนั่นเอง เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะเอาแบบไหน ก็ให้เทน้ำยาลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์เพียงเล็กน้อยก็พอ
  5. จากนั้นใช้ผ้าที่ชุบน้ำยาแล้ว เช็ดวน ๆ ไปบนหน้าจอ โดยไม่จำเป็นต้องถูหนักเกินไป หลังจากนั้นก็รอให้มันแห้งไปเอง เป็นอันเสร็จพิธีการทำความสะอาดหน้าจอ
  6. ในชั้นตอนนี้เป็นการเก็บกวาด หลังจากที่เราเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ใช้งานมาเมื่อครู่แช่ในน้ำสบู่อุ่น ๆ น้ำอุ่นจะทำหน้าที่เปิดเส้นใยและปล่อยสิ่งสกปรกออกมาเอง

ที่มาข้อมูล : เทคนิคไอทีมาใหม่อัพเดทบ่อยๆ